ไม่ได้อัพที่นี่มานานแล้ว….. อัพที่นี่ดีกว่า
——————————————-
ขณะนี้ผมกำลัง”ติด”ทฤษฎีอย่างหนึ่งซึ่งมีมานานแล้ว(40 กว่าปีโน่น) สาเหตุที่ผมติดก็เพราะความสนุกในการติดตามและ”สืบสวน”เบาะแสต่างๆที่เขาว่ากันว่า “Paul McCartney เสียชีวิตแล้ว?”
เรื่องราวต่างๆเริ่มขึ้นราวๆปีค.ศ.1967 เมื่อนิตยสารแฟนคลับของ The Beatles ตีพิมพ์ว่าในขณะนี้มีข่าวลือว่า Paul McCartney เสียชีวิตในอุบัติเหตุทางรถยนต์ (แต่จริงๆแล้วรถที่พังนั่นเป็นฝีมือของเพื่อนคนนึงที่ยืมรถของ Paul ไปขับ) นี่ถือเป็นการจุดกระแสความเชื่อดังกล่าวในขณะนั้น 2 ปีถัดมาในอเมริกามีชายผู้หนึ่งโทรศัพท์ไปที่สถานีวิทยุท้องถิ่น เขาบอกกับดีเจว่า Paul McCartney เสียชีวิตแล้ว พร้อมทั้งขอให้ดีเจเปิดเพลง Revolution 9 (จากอัลบั้มชุด White Album) แบบย้อนกลับ เพราะมีข้อความลับที่ว่า “Turn Me On, dead Man” หลังจากนั้นก็มีทฤษฎีต่างๆเกิดขึ้นมากมาย
ต่อไปนี้เป็นเรื่องราวที่เขาว่ากันว่าเป็น”วาระสุดท้าย”ของ Paul
เช้ามืดวันพุธที่ 9 พฤศจิกายน ค.ศ.1966 Paul ซึ่งกำลังมีปัญหาความขัดแย้งทางความคิดระหว่างเขากับเพื่อนๆ ในวงขณะบันทึกเสียงงานชุด Sgt. Pepper’s Lonely Hearts Club Band เขาตัดสินใจที่จะเดินออกจาก Abbey Road Studio เพื่อไปขับรถ Austin-Healey ของเขาออกท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในเช้ามืดวันนั้น
ขณะที่เขากำลังขับรถนั้นเอง เขาเห็นสาวคนหนึ่ง(ว่ากันว่าเธอชื่อ Rita) ที่กำลังเดินตากฝนอยู่บนฟุตบาท Paul ตัดสินใจที่จะรับสาวคนนี้คนมาบนรถของเขา และทันที่ทีเธอ(Rita) รู้ว่าคนในรถคือ Paul McCartney หนึ่งในสมาชิกวง The Beatles เธอแสดงอาการดีใจโดยการเข้าไปเขย่าตัวเขาทันที นั่นทำให้ Paul เีสียการควบคุมรถ เขาทะยานรถคู่ใจของเขาฝ่าไฟแดง และหลังจากนั้นรถของเขาได้พุ่งชนรถบรรทุกสีเหลืองอย่างจัง เป็นเหตุให้รถของเขาพลิกคว่ำและอัดกับเสาโทรเลขอย่างจัง
Rita ซึ่งรอดจากอุบัติเหตุพยายามช่วย Paul ออกมาจากรถ ทว่าไฟได้เริ่มไหม้ตัวรถแล้ว และเธอถูก Paul สั่งให้หนีจากบริเวณที่เกิดเหตุ ในขณะที่ Paul ผู้น่าสงสารนั้นไม่สามารถเปิดประตูหนีออกมาจากรถได้ เพราะกระดูกนิ้วของเขาหัก ไม่นานหลังจากนั้น รถได้เกิดระเบิดขึ้น….. Paul เสียชีวิตทันที ณ เวลา 5 นาฬิกาของเช้ามืดวันนั้นเอง
หลังจากที่ผู้จัดการวงอย่าง Brian Epstein ทราบเรื่อง เขาได้พยายามปิดปากผู้ที่มีส่วนรู้เห็นในเหตุการณ์นี้(หลักๆเลยคือนักข่าวและตำรวจ) ในขณะที่สมาชิกในวงที่เหลือต่างรู้สึกกังวล เพราะอัลบั้มยังอัดไม่เสร็จ และขาดมือเบสซึ่งเป็นกำลังหลักของวงไป พวกเขาจึงตัดสินใจแก้ปัญหาโดยการหาผู้ที่ทีเสียงคล้ายคลึงกับเขา ( William Campbell ซึ่งเป็นผู้ชนะการประกวดคนเหมือน Paul McCartney ) มาผ่าตัดศัลยกรรมใบหน้า แล้วบันทึกเสียงต่อ โชคดีที่ William เล่นกีต้าร์เบสเป็น จึงสามารถบันทึกเสียงต่อได้
แต่อย่างไรก็ตาม พวกเขาก็พยายามทิ้งร่องรอยต่างๆไว้บนปกและในตัวเพลงไว้ว่า “Paul ตัวจริงตายไปแล้ว”
ครับ ทั้งหมดนี้คือเรื่องเล่าที่ใครต่อใครหลายคนเชื่อกันว่าเป็นเรื่องจริง (ไม่ก็เป็นได้แค่บทหนังชิงรางวัลออสการ์หรือปาล์มทองคำ)
ต่อไปนี้เป็นข้อกล่าวหาต่างๆ ซึ่งชี้ให้เห็นว่านาย Paul McCartney ตัวจริงตายไปแล้ว พร้อมทั้งคำอธิบายโต้แย้ง (ซึ่งไม่ทราบว่าน่าเชื่อถือหรือเปล่า) รวมถึงข้อคิดเห็นของผมซึ่งจะอยู่ในวงเล็บ
Paul ถูกแทนที่โดยชาว Scotland ที่ชื่อ William Campbell ซึ่งทำงานเป็นตำรวจอยู่ที่ประเทศ Canada
โดยนาย William เป็นผู้ชนะการประกวดคนเหมือน Paul McCartney ในปี 1966 และหลังจากการประกวดไม่นานนัก เขาก็ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แม้จะไม่มีการประกวดคนเหมือน Paul ในปี 1966-1967 แต่ในปี 1965 มีการประกวดคนเหมือน Paul McCartney อยู่ครั้งหนึ่ง ผู้ชนะคือนาย Keith Allison และจากการตรวจสอบ ไม่พบคนที่ชื่อ William Campbell ไปเข้าร่วมการประกวดคนเหมือน Paul McCartney แต่อย่างใด (อืมม No Comment ครับ)
ในปกชุด Sgt.Peppers Lonely Hearts Club Band จะเห็นพวงหรีดสีเหลือง ซึ่งอ่านได้ว่า ‘PAUL?’
นี่คือหนึ่งในข้อกล่าวหายอดฮิตของความเชื่อนี้ อันที่จริงดอกไม้เหล่านั้นถูกนำมาจัดวางในนาทีสุดท้ายก่อนการถ่ายภาพปก โดยทีมจัดดอกไม้ที่ EMI จ้างมา (เหรอครับ? จัดเก่งจริงๆ อยากลองจ้างให้มาจัดที่บ้านบ้าง)
เพลง A Day In The Life (จากงานชุด Sgt. Pepper’s…..) มีเนื้อหาเกี่ยวกับอุบัติเหตุทางรถยนต์ของ Paul
เหตุการณ์รถชนที่ปรากฏในเพลงนั้นได้แรงบันดาลใจจากข่าวในหนังสือพิมพ์ที่ทำให้ Tara Browne เสียชีวิต
Paul แต่งตัวเป็น Walrus บนปกชุด Magical Mystery Tour ซึ่ง Walrus เป็นสัญลักษณ์ของความตาย
จริงๆแล้ว Paul แต่งตัวเป็นฮิปโปต่างหาก สามารถชมได้ในมิวสิกวีดีโอเพลง I Am The Walrus
ปกชุดนี้ หากพลิกปกลง แล้วลากเส้นทับคำว่า Beatles จะได้เบอร์โทรซึ่งว่ากันว่าเป็นเบอร์ของ William Campbell
จริงๆแล้วเป็นเบอร์ของชายนึงที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรด้วยเลย แต่ในที่สุดเขาตัดสินใจเปลี่ยนเบอร์หนีเพราะรำคาญที่จะต้องทนฟังเสียงโทรศัพท์ทุกเช้าวันพุธตอนตี 5 ! (สงสารแกจริงๆ)
หน้ากลางของ Booklet จากอัลบั้มนี้ ยังปรากฏภาพของ Paul ที่ไม่ได้ใส่รองเท้า(ทางอังกฤษถือว่าเป็นสัญลักษณ์ถึงการฝังศพ) นอกจากนี้ยังมีคราบเลือดกองอยู่ที่เท้าอีกด้วย
EMI อ้างว่าเกิดจากความผิดพลาดทางเทคนิค คราบเลือดแดงๆบนพื้นนั้นที่จริงเป็นสีแดงบนกีต้าร์ของ Paul (เฮ้อ… มันบังเอิญไปหน่อยละมั้ง หมึกพิมพ์อะไรมันจะห่วยแตกขนาดนั้น)
ในเพลง All You Need Is Love ช่วงนาทีที่ 3.15 คุณจะได้ยิน John Lennon ร้องว่า “Yes, he’s dead”
จริงๆแล้วเขาร้องว่า Yesterday (แต่เท่าที่ผมฟัง เขาน่าจะร้องว่า Yes, he’s dead นะ อีกอย่างอยู่ดีๆจะโพล่งมาทำไมว่า”เมื่อวานนี้”)
ด้านล่างซ้ายของโปสเตอร์ที่แถมมากับอัลบั้ม The Beatles จะมีภาพของนาย William Campbell ก่อนการศัลยกรรมใบหน้า
ขณะนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเป็นภาพของใคร แต่น่าจะเป็นภาพของ Keith Allison ผู้ชนะการประกวดคนเหมือน Paul ในปี 1965
บนปกชุด Abbey Road จะเห็นว่า Paul McCartney นั้นเดินเท้าเปล่า ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความตาย
นี่ดูจะเป็นข้อกล่าวหายอดฮิตอีกข้อเช่นกัน จริงๆแล้วก่อนถ่ายรูปเขาใส่รองเท้าแตะ แต่เขาตัดสินใจถอดมันออกเพราะมันร้อน และตัดสินใจที่จะเดินบนถนนด้วยเท้าเปล่า (…ซึ่งน่าจะร้อนกว่า)
ป้ายทะเบียนรถโฟล์คเต่าที่ปรากฏบนปกชุดนี้ เขียนว่า 28 IF ตีความได้ว่าถ้า(If) Paul ยังมีชีวิตอยู่ ณ ขณะนั้น เขาจะมีอายุ 28 ปี
ความเชื่อเหล่านี้มักกล่าวกันว่าเป็นความเชื่อขงอินเดีย แต่จากการค้นคว้า ไม่พบความเชื่อดังกล่าวแต่อย่างใด ทว่าในประเทศจีนบางแถบได้มีความเชื่อดังกล่าว ซึ่ง Beatles แทบจะไม่เคยได้ยินมาก่อนเลย นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ได้พยายามย้ายรถคันดังกล่าวก่อนการถ่ายปก….. แต่ไม่เป็นผล (ผมละอยากสัมภาษณ์เจ้าของรถจริงๆ)
ในสารคดีชุด Beatles Anthology มีอยู่ตอนหนึ่งที่แสดงให้เห็นภาพของ Paul ที่เล่นกีต้าร์ด้วยมือขวา ซึ่งผิดกับหลักความเป็นจริงที่เขาเป็นคนถนัดซ้าย
ด้วยเหตุผลบางอย่าง วีดีโอดังกล่าวจึงได้แสดงภาพออกมาแบบ”สะท้อน” จริงๆแล้ว Paul ใช้มือซ้ายเล่น โดยเราสามารถดูได้จากวิธีการเล่นกีต้าร์ของเขา
อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อกล่าวหาบางอย่างซึ่งยังไม่สามารถหาข้อโต้แย้งได้ ที่น่าสนใจมีดังนี้
- บนปกชุด Sgt. Peppers Lonely Hearts Club Band ยังมีเรื่องน่าสงสัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศชวนโศกคล้ายงานศพ (โปรดสังเกต Beatles “โฉมเก่า” ให้ดีครับ พวกเขาแต่งดำและทำหน้าหดหู่มาก), มีอยู่ตำแหน่งนึงที่ถ้าคุณลากเส้นตรงแล้ว จะพบคำ 3 คำที่อยู่ในแนวเดียวกัน คือคำว่า Hear (จาก คำว่า Heart) คำว่า Les (ซึ่งถ้านำขวดที่วางตรงนั้นด้วยก็อ่านว่า Lies) และพวงหรีดสีเหลืองรูปกีต้าร์เบสซึ่งอ่านว่า PAUL? 3 คำนี้เรียงกันได้ว่า Hear Lies Paul หรือ Here Lies Paul (“Paul ถูกฝังที่นี่) และหากสังเกตดีๆ ตำแหน่งที่ Paul (โฉมเก่าและใหม่)ยืนอยู่ จะเห็นว่าทั้งสองมองไปยังตุ๊กตารูปพระศิวะด้านหน้า (ตามหลักศาสนาพราหมณ์ พระศิวะคือผู้ทำลาย) อ้อ! ปกหลังชุดนี้จะเห็นได้ว่า Paul เป็นคนเดียวที่ยืนหันหลัง…. ทำไมเขาต้องทำเช่นนั้น?
- ปกหลังชวนหลอนของงานชุด Magical Mystery Tour หากพลิกเอียง 45 องศาตามเข็มนาฬิกา คุณจะเห็นว่ารูปของพวกเขาสามารถเรียงกันเป็นคำว่า R.I.P. (หรือ Rest In Peace ถ้าจำไม่ผิดแปลว่า”ขอให้ไปสู่สุขติ”) !?!?!?
-ปกหลังงานชุด Abbey Road หากพลิกเอียงเล็กน้อยตามทิศทวนเข็มนาฬิกา คุณจะเห็นเงาของต้นไม้ที่ดูเหมือนผี Grim
-อัลบั้มรวมเพลงของ The Beatles (สมัยก่อนเซ็นสัญญากับ Parlophone ) ชุด Very Together ซึ่งวางขายในปี 1969 โดยในขณะนั้นเป็นช่วงที่ข่าวลือดังกล่าวกำลังเป็นข่าวครึกโครม งานชุดนี้วางขายเฉพาะในแคนาดา โดยมีปกเป็นรูปเชิงเทียนที่มีเทียนตั้งอยู่ 4 เล่ม ทว่ามีเทียนอยู่เล่มหนึ่งที่ดับไป!
จริงๆแล้วมันยังมีร่องรอยต่างๆที่เขาว่ากันว่าเป็นเบาะแสว่า Paul ตัวจริงตายไปแล้ว ซึ่งมีทั้งฟังขึ้น และฟังไม่ขึ้น(ก็ไอ้ประเภทที่ว่าถ้ามีรถโผล่บนปก,มิวสิกวีดีโอหรือในเนื้อเพลง ก็จะโดนโยงเข้าเรื่องอุบัติเหตุบนรถหมด) และที่สำคัญคือยังไม่มีการพิสูจน์เรื่องราวเหล่านี้อย่างจริงจัง จึงอยากจะขอย้ำนะครับว่าโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านเรื่องพรรค์ให้ดีๆ อย่าลืมนะครับว่ามันยังเป็นแค่”ความเชื่อ”
สรุป: ถึงแม้ทฤษฎีและเบาะแสต่างๆจะทำให้ผมเพลิดเพลินในการติดตาม แต่หาก Paul ในยุคหลังปี 1966 ที่ร้องเพลงอย่าง Let It Be, The Fool On The Hill, Silly Love Songs, No More lonely Nights ฯลฯ ทำให้เรามีความสุขได้เทียบเท่า Paul คนก่อนปี 1966 ที่ร้องเพลง Yesterday และ Here, There and Everywhere
ข่าวลือต่างๆ ก็ดูจะไม่มีความหมายอีกต่อไป…
—————————————————-
ข้อมูลประกอบการเขียน
http://www.paulisdead.co.uk
http://en.wikipedia.org/wiki/Paul_is_Dead
หมายเหตุ หากท่านผู้อ่านพบข้อบกพร่องประการใด โปรดแจ้งให้ผู้เขียนทราบที่ Comment Box ด้านล่าง เพื่อที่ผู้เขียนจะได้ทำการปรับปรุงในโอกาสต่อๆไป

ขอบคุณสำหรับข้อมูลมากนะครับ
@P4ulReed ด้วยความยินดีครับ….
ขอบคุณมากๆค่ะ ^^